เมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม ค.ศ. 1900 ที่เชนนุสโก เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี นายอันตน เดลลา โตร์เร และ นางฟิโลมินามาญี ได้ให้กำเนิดบุตรชายคน ที่ 4 ในครอบครัวคาทอลิกที่มีพี่น้อง 7คน
 
 
       
     ในปี ค.ศ. 1917 เป็นเวลาที่ประเทศอิตาลีเข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ชายหนุ่มที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป ต้องไปเป็นทหารหนุ่มน้อยการ์โลอายุ 17 ปี ก็ถูกเกณฑ์ด้วยเนื่องจากกำลังทหารไม่เพียงพอ และเพราะเอาหน่ายความเหลวไหลของทหารสมัยนั้น การ์โลจึงสมัครไปรบแนวหน้าเป็นเวลาปีเศษ แต่พระเป็นเจ้าทรางพิทักษ์ให้ปลอดภัยเพื่อโครงการยิ่งใหญ่ของพระองค์ขณะประจำการที่อัลบานี ได้รับข่าวว่าบิดา ป่วยหนักหนุ่มน้อยการ์โลจึงได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ มาถึงบ้านได้ไม่นานบิดาก็สิ้นชีวิตโดยโรคมะเร็งในลำไส้ วันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 1923 การ์โลตัดสินใจเข้าบ้านเณรซาเลเซียนที่ประเทศ อิตาลี ศึกษาและฝึกหัดตัวอยู่ 3 ปี แล้วท่านก็สมัครเป็นธรรมทูตในต่างประเทศก่อนออกจากประเทศอิตาลี ได้รับอนุญาต ให้ไปเยี่ยมครอบครัว 3 วัน และนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่การ์โลได้พบกับมารดา
 


     ในปีค.ศ. 1948 คุณพ่อย้ายเข้ามากรุงเทพฯเพื่อช่วยงานในโรงเรียนอาชีวะดอนบอสโกที่เพิ่ง เริ่มต้นกิจการมีหญิงสาวจำนวน 6 คนที่คุณพ่อได้อบรมและสมัครเข้าเป็นนักบวชติดตามคุณพ่อมาด้วย คุณพ่อประสบความยากลำบากมาก เนื่องจากคณะผู้ใหญ่ไม่ต้องการให้คุณพ่อตั้งคณะแต่ต้องการให้ คุณพ่อรับหน้าที่สำคัญอย่างอื่น คุณพ่อไม่ท้อถอยแต่ไว้ใจในความช่วยเหลือของพระมารดามารีอา

     ในปี ค.ศ. 1950 คุณพ่อตัดสินใจลาออกจากคณะซาเลเซียนและสมัครเข้าเป็นพระสงฆ์มิสซัง กรุงเทพฯ มิสซังกรุงเทพฯ เพื่งก่อตั้งคณะ ซึ่งพณฯ หลุยส์ โชแรง ประมุขแห่งสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ในขณะนั้นเป็นผู้อนุญาต คุณพ่อจึงกู้เงินจากธนาคารเพื่อไปซื้อที่ดินและบ้านที่ พระโขนง ส่วนหญิงสาวเหล่านั้นที่ติดตามคุณพ่อมาต่างก็ช่วยกันหารายได้ โดยการเย็บผ้า ทอเสื่อเพื่อนำไปขาย ฯลฯ พร้อมกันนั้นก็สวดภาวนาวอนขอ ความช่วยเหลือจากพระมารดามารีอา

     ปี ค.ศ. 1952 คุณพ่อเปิดกิจการโรงเรียนธิดาพิทยาคม (โรงเรียนพระแม่มารีอาพระโขนงในปัจจุบัน) ในขณะที่รอการอนุมัติเพื่อจัดตั้งคณะฯ จากกรุงโรม คุณพ่อได้เริ่มกิจการคณะพลมารี จัดพิมพ์ระเบียบและข้อปฎิบัติของคณะพลมารี ภายหลังคุณพ่อเห็นว่าที่พระโขนงมีเนื้อที่น้อย เป็นการยากที่ขยายกิจการคุณพ่อจึงมาซื้อที่ดินอีกประมาณ 30 ไร่เศษที่ตรอกจันทน์

     ปี ค.ศ. 1955 คุณพ่อเปิดกิจการโรงเรียนพระแม่มารีที่ตรอกจันทน์ และเป็นเวลาที่คำอนุมัติการตั้งคณะ ฯ จากกรุงโรมมาถึง ดังนั้นในวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1955 สมาชิกรุ่นแรกของ คณะจำนวน 7 ท่าน ได้ทำการปฏิญาณตนครั้งแรกต่อหน้า ฯพณฯ หลุยส์ โชแรง กิจการต่าง ๆ ของคณะได้เจริญก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ พระพรพิเศษของพระเป็นเจ้าและความสามารถของคุณพ่อ

 
 


     ปี ค.ศ. 1962 คณะเปิดกิจการโรงเรียนพระแม่มารีแผนกชาย ส่วนพระแม่มารีเดิมนั้นคงไว้เป็นแผนกหญิง และได้เปิดโรงเรียนระดับประถมศึกษาที่ซอย พัฒนาการ 1 (สาธุประดิษฐ์ 34 ปัจจุบัน) นั่นคือโรงเรียนพระแม่มารีสาธุประดิษฐ์ คุณพ่อการ์โลเป็นเหมือนบิดาแท้ ๆ เป็นกำลังใจและกำลังสมองในการดำเนินกิจการต่าง ๆ อบรมปลูกฝังความศรัทธา และจิตตารมณ์ของคณะฯ แก่สมาชิก

     ในปี ค.ศ. 1977 คุณพ่อได้จัดตั้งศูนย์อาสาสมัครสวดสายประคำศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบันมีสมาชิก ทั่วประเทศประมาณ 1,200 คน ในช่วงหลังนี้ สุขภาพของคุณพ่อทรุดโทรมมากต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหลายครั้ง และครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 1981 คุณพ่อเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลคามิลเลี่ยน ซอยทองหล่อเป็นเวลา 4 เดือน ที่โรงพยาบาลคามิลเลี่ยน ในวันที่ 6 ธันวาคม ปีเดียวกันนั้นเอง เวลา 14.00 น คุณพ่อได้ถวายตัวเข้าเป็นสมาชิกคณะซาเลเซียนอีกครั้งท่ามกลางผู้ใหญ่ทั้ง 2 คณะ (คณะซาเลเซียน และคณะธิดาพระราชินีมาเรียฯ) ซึ่งร่วมเป็นพยานอย่างอบอุ่นสมความปรารถนาของคุณพ่อที่อยากสิ้นใจอย่างซาเลเซียนคนหนึ่ง วันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 1982 คุณพ่อได้รับศิลเจิมคนไข้จากพระสงฆ์ซาเลเซียน โดยมีบรรดาลูก ๆ อยู่พร้อมหน้า และคุณพ่อได้จากลูก ๆ ของท่านไปอย่างไม่มีวันกลับในเวลา 18.45 น. ตลอดชีวิตของคุณพ่อ ท่านได้กระทำทุกอย่างเพื่อเผยแพร่พระอาณาจักรของพระเป็นเจ้า ถ้ามีเวลาว่างจากการงานบ้างเล็กน้อยแทนที่จะพักผ่อน คุณพ่อได้ใช้เวลาเหล่านี้แปลหนังสือส่งเสริมความศรัทธา อันได้แก่ พระคัมภีร์ พระธรรมเดิมพร้อมข้อคิดเตือนใจประวัติภายในของพระเยซูเจ้า จำนวน 9 เล่ม หนังสือสายประคำนำชีวิต  และสารของพระคริสตเจ้า ผลแห่งพระพรพิเศษของพระเป็นเจ้าที่ประทานแก่คุณพ่อการ์โลคือ สมาชิกในคณะจำนวน 61 คนกิจการโรงเรียนจำนวน 4 แห่ง